ศัพท์พื้นฐานไม่กี่คำที่ต้องแม่นก่อนกดออเดอร์แรก: pip, lot, spread, bid/ask, ประเภทคำสั่ง และ long/short — โดยเฉพาะ "ต้นทุน" ที่กินกำไรเงียบ ๆ ถ้าไม่เข้าใจ มันคือเหตุผลที่หลายคนเทรดถูกทางแต่ยังขาดทุน
Pip คือหน่วยที่เราใช้พูดถึง "ราคาขยับไปเท่าไหร่" แทนที่จะพูดว่า "ขึ้น 0.0010" เราพูดว่า "ขึ้น 10 pips" สั้นกว่า สำหรับคู่เงินส่วนใหญ่ 1 pip = ทศนิยมตำแหน่งที่ 4 (0.0001)
โบรกแต่ละเจ้านิยาม "pip/point" ของทองต่างกัน — บางเจ้า 1 pip = 0.10 บางเจ้า = 0.01 ฉะนั้นอย่าเชื่อคำว่า pip ลอย ๆ ให้ดูที่โบรกของคุณเองว่านับยังไง นี่คือเหตุผลที่เราจะคิดกำไร/ขาดทุนเป็น "ดอลลาร์ต่อการขยับ" มากกว่าเป็น pip
pip = หน่วยพูดถึงการขยับ · แต่ทองแต่ละโบรกนับไม่เท่ากัน — เช็คเอง
Lot บอกว่าคุณกำลังคุมของมูลค่าเท่าไหร่ ยิ่งลอตใหญ่ กำไร/ขาดทุนต่อการขยับ 1 pip ยิ่งมาก มือใหม่ควรเริ่มที่ 0.01 (micro) เสมอ
กับดักที่ต้องระวัง: คำว่า "0.01 มันเล็กนิดเดียว" หลอกได้ — เพราะด้วยเลเวอเรจ 0.01 lot ทองก็ยังคุมของมูลค่าราว $2,650 อยู่ดี "เล็ก" ที่นี่หมายถึงเล็กเมื่อเทียบพอร์ต ไม่ใช่เล็กจนเสียเท่าไหร่ก็ได้ — เรื่องนี้เจาะลึกในหมวด 1.3 (Margin & Leverage)
เริ่มที่ 0.01 เสมอ · ลอตใหญ่ = ทุก pip มีค่าเป็นเงินมากขึ้น (ทั้งขึ้นและลง)
ทุกอย่างในตลาดมี 2 ราคาเสมอ: Bid (ราคาที่คุณขายได้) กับ Ask (ราคาที่คุณซื้อได้) ส่วนต่างระหว่างสองอันนี้คือ spread — และมันคือต้นทุนแรกที่คุณจ่ายทุกไม้
นี่คือคำตอบของ "ทำไมเปิดออเดอร์ปุ๊บติดลบเลย": คุณเปิด Buy ที่ Ask (สูงกว่า) แต่ถ้าจะปิดทันทีต้องขายที่ Bid (ต่ำกว่า) — ราคาจึงต้องวิ่งไปในทางคุณเกินระยะ spread ก่อนถึงจะเริ่มกำไรจริง
ซื้อที่ Ask ขายที่ Bid — spread คือต้นทุนที่คุณจ่ายก่อนราคาจะขยับด้วยซ้ำ
นอกจาก spread ยังมีอีก 2 ต้นทุน: Commission (ค่าคอมต่อลอต บางโบรกคิดแทน/เพิ่มจาก spread) และ Swap (ค่าถือออเดอร์ข้ามคืน — บวกหรือลบก็ได้ตามส่วนต่างดอกเบี้ย) Swap คือตัวที่มือใหม่มักไม่รู้ตัว แล้วงงว่าทำไมถือยาว ๆ แล้วยอดหด
ทำไมสำคัญ: ต้นทุนพวกนี้ดูเล็กต่อไม้ แต่มันคูณด้วยจำนวนไม้ — เทรด 20 ไม้/วันคือจ่าย spread 20 รอบ นี่คือเหตุผลเชิงคณิตศาสตร์ว่าทำไม "เทรดเยอะ" ถึงเป็นศัตรู ไม่ใช่เพื่อน
ต้นทุน × จำนวนไม้ = เหตุผลที่เทรดถี่แล้วขาดทุน แม้จะเข้าถูกทางบ่อยครั้ง
คำสั่งหลักมี 3 แบบ: Market (เข้าที่ราคาปัจจุบันทันที), Limit (ตั้งรอให้ราคาย้อนมาหาเราค่อยเข้า — ได้ราคาดีกว่า), Stop (ตั้งรอให้ราคาทะลุไปทางที่คาดค่อยเข้า — ยืนยันทิศก่อน)
และสองอย่างที่ห้ามขาดทุกไม้: Stop Loss (SL) — จุดตัดขาดทุนอัตโนมัติ, Take Profit (TP) — จุดปิดกำไรอัตโนมัติ SL คือสิ่งที่กันไม้เล็กไม่ให้กลายเป็นหายนะ เราจะลงลึกเรื่องการวาง SL ในระดับ 4 (การบริหารความเสี่ยง)
ทุกไม้ต้องมี SL ก่อนเสมอ — ไม่มี SL = ไม่ใช่การเทรด แต่คือการเดา
ในตลาดนี้คุณเลือกได้ 2 ทาง: Long (Buy) เดิมพันว่าราคาจะขึ้น, Short (Sell) เดิมพันว่าราคาจะลง — ใช่ คุณ "ขาย" สิ่งที่ยังไม่มีได้ แล้วซื้อคืนตอนราคาถูกลงเพื่อเก็บส่วนต่าง
ข้อดีคือมีโอกาสทั้งตลาดขึ้นและลง แต่ดาบสองคม: มันแปลว่าคุณเจ็บได้ทั้งสองทางเหมือนกัน อย่าคิดว่า short คือ "ของสูง" — มันแค่กลับด้าน ความเสี่ยงเท่าเดิม
รู้ศัพท์แล้ว หมวด 1.3 Margin & Leverage 101 จะอธิบายว่าทำไม "0.01 lot" ถึงไม่เล็กอย่างที่คิด และเลเวอเรจทำงาน (และทำลายพอร์ต) อย่างไร
กำไรได้ทั้งขาขึ้นขาลง — แต่ short ไม่ได้ปลอดภัยกว่า long มันแค่กลับด้าน